Zentr Dental Edition · ระบบบริหารคลินิกทันตกรรม นัดหมาย · การรักษา · งานแล็บ · การเงิน
คู่มือ · ราคา

ราคาโปรแกรมคลินิกทำฟัน ดูอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

หน้าแรก คู่มือทั้งหมด ปรับปรุงล่าสุด 18 สิงหาคม 2569

เจ้าของคลินิกส่วนใหญ่เปรียบเทียบโปรแกรมด้วยตัวเลขต่อปีตัวเดียว แล้วไปเจอค่าใช้จ่ายจริงตอนใช้งานไปแล้วสามเดือน คู่มือนี้แจกแจงว่าต้นทุนก้อนไหนซ่อนอยู่ตรงไหน และควรถามอะไรก่อนตัดสินใจ

เจ้าของคลินิกและผู้จัดการกำลังทบทวนระบบคลินิกทันตกรรมด้วยกัน

ทำไมเทียบราคาอย่างเดียวถึงพลาด

โปรแกรมคลินิกทันตกรรมสองเจ้าที่เสนอราคาต่อปีเท่ากัน อาจมีต้นทุนจริงต่างกันเป็นเท่าตัว เพราะสิ่งที่นับว่า “รวมอยู่ในแพ็กเกจ” ไม่เหมือนกัน บางเจ้านับจำนวนผู้ใช้งาน บางเจ้านับจำนวนสาขา บางเจ้าคิดค่าย้ายข้อมูลแยกเป็นก้อนใหญ่ตอนเริ่มใช้

วิธีเทียบที่ตรงกว่าคือ ตั้งต้นจากคลินิกของคุณก่อน — มีกี่ยูนิต ทีมกี่คนที่ต้องล็อกอิน มีกี่สาขา เก็บไฟล์ X-ray เยอะแค่ไหน แล้วค่อยเอาตัวเลขนั้นไปกางกับโครงสร้างราคาของแต่ละเจ้า ตัวเลขที่ได้จะต่างจากราคาหน้าเว็บเสมอ และนั่นคือตัวเลขที่ควรใช้ตัดสินใจ

ราคาประกอบด้วยอะไรบ้าง

ไม่ว่าจะเจ้าไหน ต้นทุนมักแตกออกเป็นสี่ก้อนนี้

  • ค่าใช้ระบบรายปีหรือรายเดือน — ก้อนที่ทุกคนเห็น ควรถามด้วยว่าปีถัดไปคิดราคาเดิมหรือไม่ และราคาโปรโมชันมีเงื่อนไขกี่ปี
  • ขีดจำกัดการใช้งาน — จำนวนผู้ใช้ พื้นที่จัดเก็บไฟล์ จำนวนข้อความอัตโนมัติต่อเดือน ก้อนนี้ไม่ใช่ราคา แต่มันกลายเป็นราคาทันทีที่คลินิกโตเกินเพดาน
  • ค่าเริ่มต้นใช้งาน — ย้ายข้อมูลคนไข้เดิม ตั้งค่ารายการรักษาและราคา อบรมทีม ก้อนนี้จ่ายครั้งเดียวแต่มักเป็นก้อนใหญ่ที่สุดในปีแรก
  • งานเฉพาะของคลินิก — รายงานที่ต้องมีรูปแบบเฉพาะ เอกสารที่ต้องพิมพ์ตามฟอร์มของคลินิก การเชื่อมกับระบบอื่นที่ใช้อยู่

ก้อนที่คนมองข้ามบ่อยที่สุดคือก้อนที่สาม เพราะมันไม่อยู่ในใบเสนอราคา แต่กินเวลาทีมงานของคลินิกเองไปหลายสิบชั่วโมง

Zentr Dental Edition คิดราคาอย่างไร

เราแยกให้ชัดตั้งแต่หน้าเว็บว่าอะไรอยู่ในแพ็กเกจหลัก อะไรคือขีดจำกัด และอะไรอาจคิดเพิ่ม เพื่อให้เทียบกับเจ้าอื่นได้ตรง ๆ ไม่ต้องรอใบเสนอราคา

รายการแพ็กเกจหลัก
ค่าใช้ระบบ24,900 บาท/ปี
ผู้ใช้งานระบบสูงสุด 15 Users
พื้นที่จัดเก็บไฟล์5 GB
AI Messages20,000 ข้อความ/เดือน

ฟีเจอร์ที่รวมอยู่ในแพ็กเกจหลักแล้ว

  • Dental Booking และ Patient 360 พร้อมบริบทครอบครัวและผู้ปกครอง
  • Treatment Record และ Lab Management
  • Treatment Package และ Loyalty Basic
  • Billing, Payment และใบเสร็จ
  • Dashboard และ Doctor Fee / DF
  • LINE OA และ Website Chat Bubble

ส่วนที่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขึ้นกับขนาดและงานของคลินิก

  • ผู้ใช้งานเพิ่มเติมเกินจำนวนในแพ็กเกจ
  • สาขาเพิ่มเติม
  • AI Messages และพื้นที่จัดเก็บที่เกินโควตา
  • การย้ายข้อมูลจากระบบเดิม
  • รายงานเฉพาะและเอกสารเฉพาะของคลินิก

ทีมงานจะแนะนำขอบเขตการใช้งานและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามบริบทของคลินิกก่อนเริ่มใช้งานจริง ไม่ต้องเดาเองว่าจะเกินโควตาหรือไม่ — ดู รายละเอียดแพ็กเกจ ประกอบได้

คลินิกขนาดไหน ควรดูตัวเลขไหน

เพดานที่จะชนก่อนไม่เหมือนกันในแต่ละขนาด และนี่คือจุดที่ควรคำนวณก่อนเซ็น ไม่ใช่หลังเซ็น

  • คลินิกยูนิตเดียว ทีม 3–6 คน — เพดานผู้ใช้งานแทบไม่มีผล สิ่งที่ควรดูคือพื้นที่จัดเก็บ เพราะไฟล์ X-ray โตเร็วกว่าที่คิด
  • คลินิกหลายยูนิต ทีม 10–15 คน — เริ่มต้องนับหัวจริงจัง รวมทันตแพทย์พาร์ตไทม์และผู้ช่วยทุกกะที่ต้องล็อกอินด้วย
  • หลายสาขา — ถามให้ชัดว่าคิดค่าสาขาอย่างไร และข้อมูลคนไข้ข้ามสาขาได้หรือไม่ เพราะถ้าไม่ได้ ต้นทุนที่แท้จริงคือการทำงานซ้ำสองรอบ ไม่ใช่ค่าไลเซนส์

คำถามที่ควรถามทุกเจ้า

เอาไปถามได้ทั้งเราและเจ้าอื่น คำตอบที่ตอบไม่ได้ทันทีมักบอกอะไรบางอย่างอยู่แล้ว

  • ปีที่สองคิดราคาเท่าไร ถ้าราคาปัจจุบันเป็นโปรโมชัน
  • เกินโควตาผู้ใช้ พื้นที่ หรือข้อความ แล้วคิดเพิ่มอย่างไร คิดเป็นขั้นหรือคิดตามจริง
  • ย้ายข้อมูลคนไข้เดิมเข้ามาได้แค่ไหน และคิดค่าใช้จ่ายอย่างไร
  • ถ้าเลิกใช้ ดึงข้อมูลของคลินิกออกมาในรูปแบบไหนได้บ้าง
  • ข้อมูลคนไข้เก็บที่ไหน และผู้ให้บริการอยู่ในสถานะผู้ควบคุมหรือผู้ประมวลผลข้อมูล

ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันกำหนดว่าใครรับผิดชอบเมื่อมีเหตุกับข้อมูลคนไข้ อ่านต่อได้ที่ PDPA สำหรับคลินิกทันตกรรม หรือดู นโยบายความเป็นส่วนตัว ของเรา

อยากเห็นของจริง

ถ้าอ่านแล้วตรงกับปัญหาที่คลินิกเจออยู่ นัดหมาย Demo ได้ ทีมงานจะพาดูระบบจริงและแจ้งขอบเขตการใช้งานตามบริบทของคลินิกก่อนเริ่มใช้งาน

นัดหมาย Demo

มีคำถามเพิ่มเติม ส่งมาที่ zentr-info@arisecorpn.com