ทำไมเทียบราคาอย่างเดียวถึงพลาด
โปรแกรมคลินิกทันตกรรมสองเจ้าที่เสนอราคาต่อปีเท่ากัน อาจมีต้นทุนจริงต่างกันเป็นเท่าตัว เพราะสิ่งที่นับว่า “รวมอยู่ในแพ็กเกจ” ไม่เหมือนกัน บางเจ้านับจำนวนผู้ใช้งาน บางเจ้านับจำนวนสาขา บางเจ้าคิดค่าย้ายข้อมูลแยกเป็นก้อนใหญ่ตอนเริ่มใช้
วิธีเทียบที่ตรงกว่าคือ ตั้งต้นจากคลินิกของคุณก่อน — มีกี่ยูนิต ทีมกี่คนที่ต้องล็อกอิน มีกี่สาขา เก็บไฟล์ X-ray เยอะแค่ไหน แล้วค่อยเอาตัวเลขนั้นไปกางกับโครงสร้างราคาของแต่ละเจ้า ตัวเลขที่ได้จะต่างจากราคาหน้าเว็บเสมอ และนั่นคือตัวเลขที่ควรใช้ตัดสินใจ
ราคาประกอบด้วยอะไรบ้าง
ไม่ว่าจะเจ้าไหน ต้นทุนมักแตกออกเป็นสี่ก้อนนี้
- ค่าใช้ระบบรายปีหรือรายเดือน — ก้อนที่ทุกคนเห็น ควรถามด้วยว่าปีถัดไปคิดราคาเดิมหรือไม่ และราคาโปรโมชันมีเงื่อนไขกี่ปี
- ขีดจำกัดการใช้งาน — จำนวนผู้ใช้ พื้นที่จัดเก็บไฟล์ จำนวนข้อความอัตโนมัติต่อเดือน ก้อนนี้ไม่ใช่ราคา แต่มันกลายเป็นราคาทันทีที่คลินิกโตเกินเพดาน
- ค่าเริ่มต้นใช้งาน — ย้ายข้อมูลคนไข้เดิม ตั้งค่ารายการรักษาและราคา อบรมทีม ก้อนนี้จ่ายครั้งเดียวแต่มักเป็นก้อนใหญ่ที่สุดในปีแรก
- งานเฉพาะของคลินิก — รายงานที่ต้องมีรูปแบบเฉพาะ เอกสารที่ต้องพิมพ์ตามฟอร์มของคลินิก การเชื่อมกับระบบอื่นที่ใช้อยู่
ก้อนที่คนมองข้ามบ่อยที่สุดคือก้อนที่สาม เพราะมันไม่อยู่ในใบเสนอราคา แต่กินเวลาทีมงานของคลินิกเองไปหลายสิบชั่วโมง
Zentr Dental Edition คิดราคาอย่างไร
เราแยกให้ชัดตั้งแต่หน้าเว็บว่าอะไรอยู่ในแพ็กเกจหลัก อะไรคือขีดจำกัด และอะไรอาจคิดเพิ่ม เพื่อให้เทียบกับเจ้าอื่นได้ตรง ๆ ไม่ต้องรอใบเสนอราคา
| รายการ | แพ็กเกจหลัก |
|---|---|
| ค่าใช้ระบบ | 24,900 บาท/ปี |
| ผู้ใช้งานระบบ | สูงสุด 15 Users |
| พื้นที่จัดเก็บไฟล์ | 5 GB |
| AI Messages | 20,000 ข้อความ/เดือน |
ฟีเจอร์ที่รวมอยู่ในแพ็กเกจหลักแล้ว
- Dental Booking และ Patient 360 พร้อมบริบทครอบครัวและผู้ปกครอง
- Treatment Record และ Lab Management
- Treatment Package และ Loyalty Basic
- Billing, Payment และใบเสร็จ
- Dashboard และ Doctor Fee / DF
- LINE OA และ Website Chat Bubble
ส่วนที่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขึ้นกับขนาดและงานของคลินิก
- ผู้ใช้งานเพิ่มเติมเกินจำนวนในแพ็กเกจ
- สาขาเพิ่มเติม
- AI Messages และพื้นที่จัดเก็บที่เกินโควตา
- การย้ายข้อมูลจากระบบเดิม
- รายงานเฉพาะและเอกสารเฉพาะของคลินิก
ทีมงานจะแนะนำขอบเขตการใช้งานและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามบริบทของคลินิกก่อนเริ่มใช้งานจริง ไม่ต้องเดาเองว่าจะเกินโควตาหรือไม่ — ดู รายละเอียดแพ็กเกจ ประกอบได้
คลินิกขนาดไหน ควรดูตัวเลขไหน
เพดานที่จะชนก่อนไม่เหมือนกันในแต่ละขนาด และนี่คือจุดที่ควรคำนวณก่อนเซ็น ไม่ใช่หลังเซ็น
- คลินิกยูนิตเดียว ทีม 3–6 คน — เพดานผู้ใช้งานแทบไม่มีผล สิ่งที่ควรดูคือพื้นที่จัดเก็บ เพราะไฟล์ X-ray โตเร็วกว่าที่คิด
- คลินิกหลายยูนิต ทีม 10–15 คน — เริ่มต้องนับหัวจริงจัง รวมทันตแพทย์พาร์ตไทม์และผู้ช่วยทุกกะที่ต้องล็อกอินด้วย
- หลายสาขา — ถามให้ชัดว่าคิดค่าสาขาอย่างไร และข้อมูลคนไข้ข้ามสาขาได้หรือไม่ เพราะถ้าไม่ได้ ต้นทุนที่แท้จริงคือการทำงานซ้ำสองรอบ ไม่ใช่ค่าไลเซนส์
คำถามที่ควรถามทุกเจ้า
เอาไปถามได้ทั้งเราและเจ้าอื่น คำตอบที่ตอบไม่ได้ทันทีมักบอกอะไรบางอย่างอยู่แล้ว
- ปีที่สองคิดราคาเท่าไร ถ้าราคาปัจจุบันเป็นโปรโมชัน
- เกินโควตาผู้ใช้ พื้นที่ หรือข้อความ แล้วคิดเพิ่มอย่างไร คิดเป็นขั้นหรือคิดตามจริง
- ย้ายข้อมูลคนไข้เดิมเข้ามาได้แค่ไหน และคิดค่าใช้จ่ายอย่างไร
- ถ้าเลิกใช้ ดึงข้อมูลของคลินิกออกมาในรูปแบบไหนได้บ้าง
- ข้อมูลคนไข้เก็บที่ไหน และผู้ให้บริการอยู่ในสถานะผู้ควบคุมหรือผู้ประมวลผลข้อมูล
ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันกำหนดว่าใครรับผิดชอบเมื่อมีเหตุกับข้อมูลคนไข้ อ่านต่อได้ที่ PDPA สำหรับคลินิกทันตกรรม หรือดู นโยบายความเป็นส่วนตัว ของเรา
อยากเห็นของจริง
ถ้าอ่านแล้วตรงกับปัญหาที่คลินิกเจออยู่ นัดหมาย Demo ได้ ทีมงานจะพาดูระบบจริงและแจ้งขอบเขตการใช้งานตามบริบทของคลินิกก่อนเริ่มใช้งาน
มีคำถามเพิ่มเติม ส่งมาที่ zentr-info@arisecorpn.com